ทิตาวีร์-ทิตาธร อักษรศรี เจ้าชายคู่ใหม่ของเทโร

สำหรับใครที่ติดตามฟุตบอลไทยลีก 2 เมื่อฤดูกาล 2019 ที่ผ่านมาคงจะได้เห็นฟอร์มของ “โชแปงและปาแปง” ทิตาวีร์-ทิตาธร อักษรศรี คู่พี่น้องฝาแฝดที่ลงสนามให้กับ “มังกรโล่เงิน” โปลิศ เทโร เอฟซี โดยทั้งสองมีส่วนช่วยให้ทีมขึ้นชั้นกลับมายังเวทีไทยพรีเมียร์ลีกได้อีกครั้งภายใน 1 ฤดูกาล และปัจจุบันกับการยึดผงหลังตัวจริงให้กับทีมทั้งแบ็คซ้ายและเเบ็คขวา หากคู่แข่งจะผ่านเข้าไปทำประตูก็จะต้องผ่านฝาแฝดรายนี้ไปก่อน ด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่แต่ไม่เทอะทะทำให้ประสิทธิภาพนั้นสูงมากสำหรับผู้เล่นแนวรับทั้งการเติมเกมบุก,การตั้งรับ โดยเฉพาะลูกกลางอากาศที่ยามใดที่มีสองพี่น้องคู่นี้แฟนบอลมังกรโล่เงินแทบจะอุ่นใจไปได้เลยทีเดียว 4 เกมหลังไทยพรีเมียร์ลีกฟดูกาล 2020 ได้เริ่มต้นขึ้น 2 พี่น้องคู่นี้ได้รับการไว้วางใจจาก “โค้ชอ้น” รังสรรค์วิวัฒชัยโชค ให้ลงสนามเป็นตัวจริงอย่างต่อเนื่องสมกับความมุ่งมั่นของทั้งสอง จากดาวรุ่งสู่ฮีโรทัพช้างศึก ในอดีตเราเคยได้เห็นคู่พี่น้องอย่าง สุรีย์และสุรัตน์ สุขะ ลงสนามให้กับทีมฟุตบอลทีมชาติไทยในฐานะพี่น้องคู่กัน และปัจุบันเราก็ได้เห็น ทิตาวีร์และทิตาธร ถือกำเนิดขึ้นมาเป็นสายเลือดใหม่ จากนักฟุตบอลทีมโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน สู่การเป็นนักเตะดาวรุ่งให้กับสโมสร “บีอีซี เทโรศาสน” หรือปัจจุบันคือทีม โปลิศเทโร คู่พี่น้องรายนี้ต้องผ่านการฝึก อดทน รอคอย โอกาสมาอย่างยาวนาน ผลงานภายในลีกที่โดดเด่นของ ทิตาธร ได้เข้าตาของ…

แข้งเทพกับภารกิจเซฟเก้าอี้ “มาโน่”

ฟุตบอลไทยลีกเป็นลีกที่ขึ้นชื่อว่ามีการเปลี่ยนโค้ชบ่อยอยู่เป็นประจำ เรียกได้ว่าเปลี่ยนบ่อยจนเหมือนการเลานเก้าอี้ดนตรี เพราะหากไม่ประสบความสำเร็จติดต่อกันผลงาน, ผลตอบแทน, รายได้จากรางวัลต่าง ๆ ที่สโมสรต้องสูญเสียไปก็ยิ่งทวีคูณขึ้น แฟนบอลอาจจะได้รับผลตอบแทนชื่นชมความสำเร็จได้อย่างทันใจแต่กับผู้ที่สวมหัวโขนอาชีพโค้ชแทบจะตรงกันข้าม  แต่ถ้าจะนึกถึงทีมในไทยลีกซักทีมในตอนนี้ที่มีโค้ชดำรงตำแหน่งอย่างยาวนานหลายปีต้องมีชื่อของ “มาโน่ โพลกิ้ง” กุนซือเลือดเยอรมันนี-บราซิล ของทีมทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด อยู่ในลิสต์อย่างแน่นอน สาเหตุที่เขาได้ดำรงอยู่นั้นโดยที่ไม่ได้ถ้วยแชมป์มาประดับตู้สโมสรมาหลายปีแล้วย่อมมีคำตอบ เป็นเวลาเกือบ 5 ปี เข้าไปแล้วที่มาโน่นั่งเป็นกุนซือคอยสั่งการทีมแข้งเทพ ด้วยเม็ดเงินของประธานสโมสรอย่างคุณขจร เจียรวนนท์ เขาสามารถช็อปเลือกนักเตะเข้ามาร่วมทีมได้อย่างไม่มีปัญญา เช่น ฤดูกาลล่าสุดทีมก็ได้ “ฮาจิเมะ โฮโซไก” มิดฟิลด์ ชาวญี่ปุ่นเข้ามาเติมเต็มในแดนกลางหากเป้าหมายของทีมหรือสไตล์การทำทีมไม่มีจุดมุ่งหมายเชื่อเหลือเกินว่ากองกลางชาวอาทิตย์อุทัยคงไม่เก็บกระเป๋าย้ายจากบุรีรัมย์มาแน่นอน ประสบการณ์ของเขาที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาจากเวทีบุนเดสลีกา ย่อมช่วยมาโน่ให้มีตัวเลือกในการสร้างสไตล์ทีมได้มากยิ่งขึ้น แต่เหล่าบรรดาผู้เล่นทั้งดาวรุ่งฟอร์มแรงและสตาร์ของทีมหลาย ๆ คน คงจะต้องงัดฟอร์มของตัวเองออกมาให้ได้ที่สุด ทั้ง อานนท์ อมรเลิศศักดิ์, ทริสตอง โด, วันเดอร์ หลุยส์, ปกเกล้า อนันต์, สรรวัชญ์ เดชมิตร, มิก้า ชูนวลศรี หรืออีกหลายรายที่ไม่ได้กล่าวถึง…

“อันเดรส ตูเญส สิ้นสุด 7 ปี ในถิ่นปราสาทสายฟ้า”

หลังจากเป็นข่าวลือหนาหูมาสักพัก แฟนบอลชาวไทยคงจะทราบกันดีแล้วว่า ทีม “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่ในศึกฟุตบอลไทยลีก ได้มีข่าวปล่อย “อันเดรส ตูเญส” กองหลังชาวเวเนซุเอลา ออกจากถิ่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งข่าวที่ออกมาก็เป็นเจ้าตัวที่เลือกจะออกจากถิ่นในช่วงที่ไทยลีกต้องปิดพักเบรคจากภาวะวิกฤติโรคโควิด แต่ถึงอย่างไรก็ตามสัญญาที่เขามีกับบุรีรัมย์ก็จะสิ้นสุดฤดูกาลนี้เช่นกัน การตัดสินใจของเจ้าตัวเชื่อเหลือเกินว่าคงจะไม่มีแฟนเซาะกราวติดใจหรือโกรธเคืองแต่อย่างใด เพราะเจ้าตัวได้พาทีมกอบโกยรางวัลเข้ามาตบแต่งในห้องรางวัลได้เกือบทุกฤดูกาล เช่นนั้นแล้วเราลองมาย้อนลอยกันว่า 7 ปีในถิ่นปราสามสายฟ้าของ อันเดรส ตูเญส นั้นยิ่งใหญ่เพียงใด ในปี 2014 นั้นเป็นปีแรกที่ อันเดรส ตูเญส ย้ายจากสโมสร เซลต้า บีโก้ ทีมดังจากลีกลาลีกา สเปน เข้ามายังสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แทนที่ ออสมาร์ อีบันเญซ ปราการหลังขวัญใจคนเก่าที่ย้ายออกไป แน่นอนว่าการมาของเขาเต็มไปด้วยความกดดันจากการทั้งชื่อเสียงดีกรีระดับผู้เล่นที่เคยลงเล่นลาลีกาสเปนมาก่อนเคยดวลกับผู้เล่นฝีเท้าระดับโลกมายมายและที่สำคัญ เขาคือความหวังที่จะมาอุดเกมรับที่ ออสมาร์ อีบันเญส ได้ทิ้งให้ต้องปวดหัว แต่ด้วยความที่เป็นผู้เล่นที่มีประสบการณ์โชกโชนเขาใช้เวลาไม่นานในการปรับตัว จนทำให้แฟนบอลลืมภาพที่แนวรับของบุรีรัมย์ต้องมี ออสมาร์ อีบันเญส ถึงจะอุ่นใจได้ นัดแรกที่เขาได้สัมผัสในเกมไทยลีกคือการพบกับทีม…