ธีรธร บุญมาทัน “สู่แบ็คซ้ายที่ดีที่สุดของเอเชีย”

ชั่วโมงนี้นักฟุตบอลไทยที่กำลังได้รับการยกย่องจากทั้งเอเชียคงจะเป็นใครไม่ได้นอกจาก “อุ้ม” ธีรธร บุญมาทัน หลังเจ้าตัวกลายเป็นนักฟุตบอลสัญชาติไทยคนแรกที่คว้าแชมป์ถาด “เจลีก ญี่ปุ่น” ได้ในปี 2019 ที่ผ่านมา กลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการฟุตบอลไทยที่มีนักฟุตบอลไทยประสบความสำเร็จและเป็นที่ยอมรับ หลังจากที่มี ชนาธิป สงกระสินธิ์ เบิกทางสู่การค้าแข้งยังเจลีก ญี่ปุ่น และเป็นที่ยอมรับในฝีมือจนเป็นตัวจริงที่ทีมขาดไม่ได้ ฝีเท้าเป็นที่ประจักมาแล้วก่อนไปเจลีก ในสมัยก่อนที่ เจ้าอุ้ม ธีรธน บุญมาทัน จะได้ย้ายมาค้าแข้งในประเทศญี่ปุ่นนั้นทั่วทั้งเอเชียก็ได้ยินชื่อเขาอยู่แล้วว่าเป็นแบ็คซ้ายที่ฝีเท้ายอดเยี่ยม ในตอนที่ยังค้าแข้งอยู่กับ “ปราสาท สายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทีมที่ขัดเกลาให้เขากลายเป็นผู้เล่นที่ครบเครื่องในทุก ๆ ด้านไปจนถึงระเบียบ วินัย เราคงจะได้เคยเห็นคลิปการเล่นของธีรธน กันอยู่บ่อยครั้งแต่ที่ทั้งทั่วเอเชียเห็นส่วนมากจะมาจากตอนที่เจ้าตัวลงเล่นในรายการ “เอเอฟซี แชมป์เปี้ยนลีก” ฟุตบอลระดับสโมสรเอเชีย ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทวีป เราคงจะเคยได้เห็นที่สมาคมฟุตบอลเอเอฟซี จัดอันดับลูกยิงสวยงามของแต่ละนัดโดยมักจะมีลูงยิงของแบ็คซ้ายชาวไทยรายนี้ติดอยู่เสมอ แต่ที่เป็นที่จดจำมาจาก 2 เกมที่เจ้าตัวผมกับทีม กัมบะ โอวซาก้า ทีมดังจากเจลีกญี่ปุ่น ในปี2015 โดยเกมแรกเป็นการออกไปเยือน ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและสภาพอากาศที่ไม่คุ้นชิ้นกับนักเตะไทยแน่ ๆ…

“ย้อนวันวานทีมดังไทยลีกที่หายไป”

ท่ามกลางวันเวลาที่หมุนไปของโลก วัฏจักร สิ่งต่าง ๆ ย่อมเกิดขึ้นใหม่และสูญสลายไป ไม่เว้นแม้แต่ในวงการกีฬาฟุตบอลและสำหรับวงการฟุตบอลไทยนั้นต่างมีทีมดังในอดีตมากมายที่เกิดขึ้นและโด่งดังดั่งดาวจรัสแสงไปจนถึงวันที่แสงสว่างดับลงที่หนีไม่พ้นสิ่งที่เรียกว่าการ “ยุบทีม” ความเจ็บปวดนี้ไม่ได้หายไปเลยเสียทีเดียวแต่ยังทิ้งร่องรอยประวัติศาสตร์ไว้เราจะมาดูกันดีกว่าว่ามีทีมดังทีมไหนบ้างที่หายไปแล้วจากวงการฟุตบอลไทยของเรา จากความยิ่งใหญ่เหลือเพียงอดีต 1.สโมสร ซุปเปอร์พาวเวอร์ สมุทรปราการ หรือที่เรารู้จักกันในทีมเก่าแก่ที่ชื่อสโมรสร “โอสถสภา” ทีมในดวงใจของใครหลาย ๆ คนด้วยยูนิฟอร์มสีเหลืองอันคุ้นตา โดยพวกเขาเข้าร่วมบนเวทีลูกหนังไทยตั้งแต่ปี 1998 และกลายเป็นทีมที่มีชื่อเสียงโด่งดัง แต่สิ่งที่สำคัญในการทำทีมคือเม็ดเงินมนการลงทุนกีฬากับธุรกิจดูแล้วคงจะเป็นของแสลง เมื่อกลุ่มทุนโอสถสภาถอนกำลังในการลงเม็ดเงินบริหารทีม ท้ายที่สุดแล้วในปี 2017 ทีมขาดกำลังในการเสริมทีมและตามสภาพที่มีพวกเขากัดฟันสู้แต่ไม่สำเร็จต้องตกชั้น และตัดสินใจยุบทีมในที่สุด สิ้นสุดตำนาน 19 ปีบนโลกลูกหนัง 2.อาร์มี่ ยูไนเต็ด หรือ สโมสร “กองทัพบก” ในอดีต ทีมดังเจ้าของฉายา “สุภาพบุรุษ กงจักร” เรื่องช็อคเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้หลังสิ้นสุดฤดูกาล 2018 พวกเขาไม่สามารถเลื่อนชั้นขึ้นสู่ไทยลีกตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ได้ในช่วงต้นฤดูกาลเสียงลือหนาหูว่าพวกเขาอาจจะแค่ย้ายสนามเดิมย่านวิภาวดีไปสู่จังหวัดสระบุรี แต่แล้วฟ้าก็ผ่าลงมากลางใจแฟนบอลเมื่อบอร์ดบริหารของทีมออกมาแถลงการยุบทีม หลังช่วงหลายปีที่ผ่านมาทีมไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ปิดตำนานความยาวนานของทีมถึง 103 ปี หลังก่อตั้งตั้งแต่ปี ค.ศ.1916 3.อินทรีย์ เพื่อนตำรวจ…

“ปืนใหญ่แดนใต้” ทีมเล็กหัวใจใหญ่

ลีกฟุตบอลไทยในบ้านเราตอนนี้เรียกได้ว่าอยู่ในจุดที่กำลังก้าวไกลพัฒนาไปได้จนน่ายินดี แต่ถ้าหากกวาดสายตาไปรอบ ๆ แล้ว ชื่อของทีมที่มาจากโซนภาคใต้นั้นแทบจะหาได้ยาก ปัจจัยหลายอย่างเป็นสิ่งสำคัญทั้งแนวทางการบริหารทีม, เงินบริหาร, ฐานแฟนบอล, สภาพแวดล้อมภายในจังหวัดสิ่งเหล่านี้ล้วนประกอบทำให้เกิดความยากลำบากในการทำทีม แต่ในแดนใต้นั้น ยังมีอีกหนึ่งทีมที่ถึงแม้จะยังไม่ก้าวขึ้นมาถึงลีกสุดสูงแต่แนวทางทุกอย่างในทีมนั้นเป็นมืออาชีพทั้งจากความพยายามและความรัก นามของทีมนั้นคือ “ปัตตานี เอฟซี” ปัตตานี เอฟซี ทีมดังแดนใต้ จากจังหวัดปัตนานี เจ้าของฉายา “ปืนใหญ่ ลังกาสุกะ” ทีมที่มีเอกลักษณ์ทั้งภาพลักษณ์ทีมไปจนถึงสโมสร สีของสโมสรนั้น คือ สี เขียวและเหลืองเป็นหลักนักเตะส่วนใหญ่เป็นนักเตะที่มีเชื้อสายชาวใต้อย่างแท้จริงไปจนถึงผู้บริหาร เพลงเชียร์หลักของพวกเขาแสดงความเป็นตัวตนออกมาได้อย่างดีจนสะกดให้ฝั่งตรงข้ามต่างต้องจองมองหยุดตั้งใจฟังด้วยภาษา “ยาลอ” หรือภาษามลายูชาวใต้นิยมใช้กัน ท่วงทำนองนั้นกลั่นออกมาจากความรักและความเป็นตัวตนได้อย่างถึงแก่น สนามเหย้าของพวกเขานั้นคือสนาม “เรนโบว์ สเตเดี้ยม” ซึ่งเป็นที่สะดุดตาแก่ทีมผู้มาเยือนด้วยหลากสีที่สลับกันอย่างมีสีสันบนสแตนเชียร์  เกมที่ทำให้พวกเขาเป็นที่รู้จักและโด่งดังอย่างมากเกิดขึ้นในปี 2016 ที่พวกเขาต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของ “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่จากฟุตบอลลีกสูงสุดในรายการฟุตบอลลีกคัพ ซึ่งผู้ชมในนัดนั้นเต็มความจุจนทะลักเพราะเป็นเกมสำคัญที่หาโอหาสได้ยากที่จะพบกับทีมชั้นนำของประเทศกูรูหลายรายต่างมองไปในทิศทางเดียวกัน คือ เมืองทองจะสามารถบุกมาเก็บชัยได้ไม่ยากและผ่านเข้าสู่รอบต่อไป แต่เมื่อมีปากกาเซียนวลีเด็ดอย่างการหักปากกาเซียนก็ต้องถูกนำมาใช้อีกครั้ง หลังภายใน 90 นาที พวกเขาสามารถออกนำได้ก่อนแต่…

“สุเชาว์ นุชนุ่ม” ยอดกัปตันของชาวเมืองกาญจน์

สิ้นฤดูกาล 2019 ของฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก กัปตัน “กบ” สุเชาว์ นุชนุ่ม ยอกมิดฟิลด์พลังไดนาโมได้ตัดสินใจลาถิ่นปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่เจ้าตัวค้าแข้งมาร่วมเวลาถึง 10 ปี หลังหลีกทางให้บรรดารุ่นน้องได้แจ้งเกิดฝีเท้าผลัดเปลี่ยนยุคสมัยที่ขยับเขยื้อนไปตามเวลา โดยสถานีต่อไปที่เจ้าตัวได้ย้ายไปค้าแข้งคือทีมสโมสร “ค้างคาวมหากาญจน์”  เมืองกาญจน์ ยูไนเต็ด ทีมบ้านเกิดที่เจ้าตัวตั้งใจย้ายมาเพื่อยกระดับทีมและทำตามความตั้งใจที่จะเล่นเพื่อทีมบ้านเกิดสักครั้งในอาชีพการค้าแข้ง ผ่านประสบการณ์จนโชกโชน กับตันกบ สุเชาว์ นุชนุ่ม นั้นทุกคนคงจะไม่สงสัยในฝีเท้าของเจ้าตัวอย่างแน่นอนประสบการณ์ในเวทีลูกหนังของเขานั้นผ่านร้อนผ่านหนาวมาแล้วอย่างมากมาย จากเด็กหนุ่มที่เกือบเคยเลือกเส้นทางอาชีพนักมวย สู่การเป็นนักเตะไทยลีกโดยเริ่มต้นค้าแข้งกับทีม ทีโอที อดีตทีมในตำนานของไทยลีกที่ปัจจุบันไม่มีอยู่แล้วโดยเจ้าตัวลงเล่นไป 84 เกม ยิงไป 13 ประตู ซึ่งเจ้าตัวเคยมีโอกาสย้ายไปค้าแข้งยังต่างแดนกับทีม เปอร์ซิบ บันดุง จากลีกอินโดนีเซีย 1 ฤดูกาล และได้รับการติดต่อจากทีม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่กำลังหามิดฟิลด์แดนกลางร่วมทีมซึ่งการตัดสินใจนี้คงจะไม่ยากสำหรับเจ้าตัว สุเชาว์ ได้ย้ายกลับมายังเวทีลูกหนังไทยอีกครั้งและสร้างตำนานกับปราสาทสายฟ้านับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา 10 ปี กับบุรีรัมย์ เจ้าตัวลงสนามไปทั้งสิ้น 156…

ทิตาวีร์-ทิตาธร อักษรศรี เจ้าชายคู่ใหม่ของเทโร

สำหรับใครที่ติดตามฟุตบอลไทยลีก 2 เมื่อฤดูกาล 2019 ที่ผ่านมาคงจะได้เห็นฟอร์มของ “โชแปงและปาแปง” ทิตาวีร์-ทิตาธร อักษรศรี คู่พี่น้องฝาแฝดที่ลงสนามให้กับ “มังกรโล่เงิน” โปลิศ เทโร เอฟซี โดยทั้งสองมีส่วนช่วยให้ทีมขึ้นชั้นกลับมายังเวทีไทยพรีเมียร์ลีกได้อีกครั้งภายใน 1 ฤดูกาล และปัจจุบันกับการยึดผงหลังตัวจริงให้กับทีมทั้งแบ็คซ้ายและเเบ็คขวา หากคู่แข่งจะผ่านเข้าไปทำประตูก็จะต้องผ่านฝาแฝดรายนี้ไปก่อน ด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่แต่ไม่เทอะทะทำให้ประสิทธิภาพนั้นสูงมากสำหรับผู้เล่นแนวรับทั้งการเติมเกมบุก,การตั้งรับ โดยเฉพาะลูกกลางอากาศที่ยามใดที่มีสองพี่น้องคู่นี้แฟนบอลมังกรโล่เงินแทบจะอุ่นใจไปได้เลยทีเดียว 4 เกมหลังไทยพรีเมียร์ลีกฟดูกาล 2020 ได้เริ่มต้นขึ้น 2 พี่น้องคู่นี้ได้รับการไว้วางใจจาก “โค้ชอ้น” รังสรรค์วิวัฒชัยโชค ให้ลงสนามเป็นตัวจริงอย่างต่อเนื่องสมกับความมุ่งมั่นของทั้งสอง จากดาวรุ่งสู่ฮีโรทัพช้างศึก ในอดีตเราเคยได้เห็นคู่พี่น้องอย่าง สุรีย์และสุรัตน์ สุขะ ลงสนามให้กับทีมฟุตบอลทีมชาติไทยในฐานะพี่น้องคู่กัน และปัจุบันเราก็ได้เห็น ทิตาวีร์และทิตาธร ถือกำเนิดขึ้นมาเป็นสายเลือดใหม่ จากนักฟุตบอลทีมโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน สู่การเป็นนักเตะดาวรุ่งให้กับสโมสร “บีอีซี เทโรศาสน” หรือปัจจุบันคือทีม โปลิศเทโร คู่พี่น้องรายนี้ต้องผ่านการฝึก อดทน รอคอย โอกาสมาอย่างยาวนาน ผลงานภายในลีกที่โดดเด่นของ ทิตาธร ได้เข้าตาของ…

แข้งเทพกับภารกิจเซฟเก้าอี้ “มาโน่”

ฟุตบอลไทยลีกเป็นลีกที่ขึ้นชื่อว่ามีการเปลี่ยนโค้ชบ่อยอยู่เป็นประจำ เรียกได้ว่าเปลี่ยนบ่อยจนเหมือนการเลานเก้าอี้ดนตรี เพราะหากไม่ประสบความสำเร็จติดต่อกันผลงาน, ผลตอบแทน, รายได้จากรางวัลต่าง ๆ ที่สโมสรต้องสูญเสียไปก็ยิ่งทวีคูณขึ้น แฟนบอลอาจจะได้รับผลตอบแทนชื่นชมความสำเร็จได้อย่างทันใจแต่กับผู้ที่สวมหัวโขนอาชีพโค้ชแทบจะตรงกันข้าม  แต่ถ้าจะนึกถึงทีมในไทยลีกซักทีมในตอนนี้ที่มีโค้ชดำรงตำแหน่งอย่างยาวนานหลายปีต้องมีชื่อของ “มาโน่ โพลกิ้ง” กุนซือเลือดเยอรมันนี-บราซิล ของทีมทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด อยู่ในลิสต์อย่างแน่นอน สาเหตุที่เขาได้ดำรงอยู่นั้นโดยที่ไม่ได้ถ้วยแชมป์มาประดับตู้สโมสรมาหลายปีแล้วย่อมมีคำตอบ เป็นเวลาเกือบ 5 ปี เข้าไปแล้วที่มาโน่นั่งเป็นกุนซือคอยสั่งการทีมแข้งเทพ ด้วยเม็ดเงินของประธานสโมสรอย่างคุณขจร เจียรวนนท์ เขาสามารถช็อปเลือกนักเตะเข้ามาร่วมทีมได้อย่างไม่มีปัญญา เช่น ฤดูกาลล่าสุดทีมก็ได้ “ฮาจิเมะ โฮโซไก” มิดฟิลด์ ชาวญี่ปุ่นเข้ามาเติมเต็มในแดนกลางหากเป้าหมายของทีมหรือสไตล์การทำทีมไม่มีจุดมุ่งหมายเชื่อเหลือเกินว่ากองกลางชาวอาทิตย์อุทัยคงไม่เก็บกระเป๋าย้ายจากบุรีรัมย์มาแน่นอน ประสบการณ์ของเขาที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาจากเวทีบุนเดสลีกา ย่อมช่วยมาโน่ให้มีตัวเลือกในการสร้างสไตล์ทีมได้มากยิ่งขึ้น แต่เหล่าบรรดาผู้เล่นทั้งดาวรุ่งฟอร์มแรงและสตาร์ของทีมหลาย ๆ คน คงจะต้องงัดฟอร์มของตัวเองออกมาให้ได้ที่สุด ทั้ง อานนท์ อมรเลิศศักดิ์, ทริสตอง โด, วันเดอร์ หลุยส์, ปกเกล้า อนันต์, สรรวัชญ์ เดชมิตร, มิก้า ชูนวลศรี หรืออีกหลายรายที่ไม่ได้กล่าวถึง…

“อันเดรส ตูเญส สิ้นสุด 7 ปี ในถิ่นปราสาทสายฟ้า”

หลังจากเป็นข่าวลือหนาหูมาสักพัก แฟนบอลชาวไทยคงจะทราบกันดีแล้วว่า ทีม “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่ในศึกฟุตบอลไทยลีก ได้มีข่าวปล่อย “อันเดรส ตูเญส” กองหลังชาวเวเนซุเอลา ออกจากถิ่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งข่าวที่ออกมาก็เป็นเจ้าตัวที่เลือกจะออกจากถิ่นในช่วงที่ไทยลีกต้องปิดพักเบรคจากภาวะวิกฤติโรคโควิด แต่ถึงอย่างไรก็ตามสัญญาที่เขามีกับบุรีรัมย์ก็จะสิ้นสุดฤดูกาลนี้เช่นกัน การตัดสินใจของเจ้าตัวเชื่อเหลือเกินว่าคงจะไม่มีแฟนเซาะกราวติดใจหรือโกรธเคืองแต่อย่างใด เพราะเจ้าตัวได้พาทีมกอบโกยรางวัลเข้ามาตบแต่งในห้องรางวัลได้เกือบทุกฤดูกาล เช่นนั้นแล้วเราลองมาย้อนลอยกันว่า 7 ปีในถิ่นปราสามสายฟ้าของ อันเดรส ตูเญส นั้นยิ่งใหญ่เพียงใด ในปี 2014 นั้นเป็นปีแรกที่ อันเดรส ตูเญส ย้ายจากสโมสร เซลต้า บีโก้ ทีมดังจากลีกลาลีกา สเปน เข้ามายังสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แทนที่ ออสมาร์ อีบันเญซ ปราการหลังขวัญใจคนเก่าที่ย้ายออกไป แน่นอนว่าการมาของเขาเต็มไปด้วยความกดดันจากการทั้งชื่อเสียงดีกรีระดับผู้เล่นที่เคยลงเล่นลาลีกาสเปนมาก่อนเคยดวลกับผู้เล่นฝีเท้าระดับโลกมายมายและที่สำคัญ เขาคือความหวังที่จะมาอุดเกมรับที่ ออสมาร์ อีบันเญส ได้ทิ้งให้ต้องปวดหัว แต่ด้วยความที่เป็นผู้เล่นที่มีประสบการณ์โชกโชนเขาใช้เวลาไม่นานในการปรับตัว จนทำให้แฟนบอลลืมภาพที่แนวรับของบุรีรัมย์ต้องมี ออสมาร์ อีบันเญส ถึงจะอุ่นใจได้ นัดแรกที่เขาได้สัมผัสในเกมไทยลีกคือการพบกับทีม…